เมื่ออายุมากขึ้น ความเจ็บป่วยก็ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา โดยหนึ่งในโรคที่มักจะมาพร้อมกับอายุที่เพิ่มขึ้นก็คือ “โรคข้อเข่าเสื่อม” ภาวะที่เกิดขึ้นกับผู้สูงวัยเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันหลายคนมีภาวะนี้แม้ว่ายังไม่ได้เข้าสู่การเป็นผู้สูงวัย ทำให้เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่ต้องตระหนักและทำความเข้าใจ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
ข้อเข่าเสื่อม ภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงวัย ที่ต้องระวัง
ข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัย ผู้ที่นั่งเป็นเวลานาน และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอาการปวดข้อเรื้อรัง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการของโรคอาจรุนแรงขึ้นจนส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน ปัจจุบันจึงมีการศึกษาถึงแนวทางการรักษาที่หลากหลาย รวมถึงการใช้ สเต็มเซลล์ (Stem Cell) หรือเซลล์ต้นกำเนิด (Mesenchymal Stem Cells – MSCs) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีศักยภาพในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่เสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) คืออะไร?
โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่า (Articular cartilage) ทำให้เกิดอาการปวดเข่า บวม และขยับข้อได้ลำบาก ในอดีตเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันสามารถเกิดขึ้นได้ในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานข้อเข่าหนัก เช่น นักวิ่ง หรือผู้ที่มีภาวะ กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ (Patella Chondromalacia) หรือที่นิยมเรียกว่า โรคข้อเข่านักวิ่ง (Runner’s Knee) ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากการใช้งานข้อเข่ามากเกินไป จนนำไปสู่ปัญหาลูกสะบ้าเข่าอักเสบ เจ็บเข่าด้านหน้า และทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis)ได้ในระยะยาว
สาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม
การเกิดภาวะข้อเข่าเสื่อมนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับเพศหญิง และยังเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
- อายุที่เพิ่มขึ้น: เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกอ่อนข้อเข่าจะเสื่อมสภาพลง
- น้ำหนักตัวเกิน: ภาวะอ้วนทำให้ข้อเข่ารับน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสื่อมของข้อ
- การใช้งานข้อเข่าหนัก: การออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง เช่น การวิ่งระยะไกล การขับรถเป็นเวลานาน นั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลา ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น
- อุบัติเหตุหรือบาดเจ็บที่เข่า: เช่น กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ ปวดหน้าเข่า Patellofemoral Pain Syndrome (PFPS) ภาวะ Runner’s Knee หรือการบาดเจ็บจากกีฬาที่ส่งผลต่อกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ
- ปัจจัยทางพันธุกรรม: บางคนอาจมีแนวโน้มเป็นโรคนี้จากกรรมพันธุ์
- โรคข้ออักเสบเรื้อรัง: เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)
อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม
หลายคนอาจไม่รู้ว่ามีภาวะของโรคข้อเข่าเสื่อม เพราะอาการในเบื้องต้นอาจไม่มีความรุนแรงมาก หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่อาการอักเสบเรื้อรังได้ ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมสามารถสังเกตได้ดังนี้
- ปวดข้อเข่า โดยเฉพาะเมื่อเคลื่อนไหว
- ข้อเข่าฝืดหรือเคลื่อนไหวลำบากในตอนเช้าหรือหลังพักเป็นเวลานาน
- ข้อเข่าบวมและมีเสียงกรอบแกรบเมื่อขยับ
- ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าลดลง ทำให้เกิดความไม่มั่นคงของข้อ
- ในกรณีรุนแรงอาจมีการผิดรูปของข้อเข่า
วิธีป้องกัน และลดความเสี่ยงของข้อเข่าเสื่อม
แม้ว่าโรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ เพศ และอายุ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ยากที่จะหลีกลี่ยง แต่การป้องกันข้อเข่าเสื่อมสามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพข้อเข่าตั้งแต่ช่วงอายุน้อย เพื่อลดความเสี่ยงหรือความรุนแรงของโรคได้ ดังนี้
- ควบคุมน้ำหนัก: ควบคุมการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงภาวะน้ำหนักเกินเพื่อลดแรงกดที่ข้อเข่า
- ออกกำลังกายที่เหมาะสม: ออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำหรือปั่นจักรยาน ซึ่งช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าโดยไม่เพิ่มแรงกดทับ
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยง: เช่น การนั่งพับเพียบ หรือนั่งทำงานท่าเดิมเป็นเวลานาน หรือการยกของหนักบ่อย ๆ
- สวมรองเท้าที่เหมาะสม: เลือกรองเท้าที่ช่วยลดแรงกระแทกขณะเดินหรือออกกำลังกาย
- เสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า: การออกกำลังกายที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าจะช่วลดภาระของกระดูกอ่อน
- บริโภคอาหารที่ดีต่อข้อเข่า : เพิ่มอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารที่มีแคลเซียม คอลลาเจน และกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงกระดูกอ่อน
ข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัยและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การใช้ยารักษาและบรรเทาอาการ รวมถึงแนวทางใหม่อย่างการใช้เซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell Therapy) ที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน ซึ่งเป็นวิธีที่เป็นความหวังของวงการแพทย์ในอนาคตและให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ อย่างไรก็ตามการป้องกันและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของโรคก็จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับข้อเข่าและสุขภาพโดยร่วมให้กับผู้สูงวัยได้
วิธีรักษาข้อเข่าเสื่อม
ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาข้อเข่าเสื่อมที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค การวินิจฉัย และสภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้
1.การรักษาด้วยวิธีพื้นฐาน
การรักษาด้วยวิธีพื้นฐาน เช่น การปรับพฤติกรรมการใช้ข้อเข่า เช่น หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน การขยับร่างกายบ้างเมื่อต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน การควบคุมน้ำหนักเพื่อลดภาระของข้อเข่า การทำกายภาพบำบัดและออกกำลังกายอย่างพอเหมาะและสมกับช่วงวัยเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า และการพิจาณาใช้ยา เช่น ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาบรรเทาอาการปวด ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์
2.การรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด
ปัจจุบันมีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการใช้ สเต็มเซลล์ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) หรือ เซลล์สด ในการรักษาข้อเข่าเสื่อม ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาที่มีศักยภาพในการซ่อมแซมและกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนใหม่ ซึ่งประโยชน์ของการใช้ MSCs ในการรักษาข้อเข่าเสื่อม เช่น
- มีศักยภาพในการลดการอักเสบของข้อ ลดการปวดข้อเข่า
- กระตุ้นการสร้างกระดูกอ่อนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ลดอาการปวดและช่วยฟื้นฟูการทำงานของข้อเข่า
- ลดโอกาสที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษา และผู้ป่วยควรได้รับคำปรึกษาแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาเท่านั้น
การรักษาข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) หรือ ผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ Patellofemoral Pain Syndrome (PFPS) ด้วยสเต็มเซลล์ (Stem Cell Therapy)
ปัจจุบัน มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถช่วยฟื้นฟูข้อเข่าเสื่อมได้โดยใช้ เซลล์ต้นกำเนิด สเต็มเซลล์ (Stem Cells) ในการรักษาภาวะข้อเข่าเสื่อม หรือโรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าอักเสบ (PFPS) โดยเฉพาะ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความสามารถในกรเปลี่ยนเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย โดยการทำงานของ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ในการรักษาข้อเข่าเสื่อมนั้น คือ ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกอ่อนใหม่ ลดอาการอักเสบในข้อเข่า ฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหาย และลดความเสื่อมของกระดูกอ่อน ลดอาการปวด และช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น
ประโยชน์ของการรักษาด้วยสเต็มเซลล์
การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยสเต็มเซลล์ ไม่เพียงแค่มีข้อดีในเรื่องของการรักษาความเจ็บปวดของโรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาที่เน้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อโดยธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ช่วยลดอาการปวด และช่วยให้ข้อเข่ากลับมาใช้งานได้ดีขึ้น ลดการอักเสบ และป้องกันการเสื่อมเพิ่มเติมของข้อเข่า ที่สำคัญคือเป็นการรักษาที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อย เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพข้อเข่าอย่างเหมาะสม หากเกิดภาวะข้อเข่าเสื่อม การรักษาด้วย สเต็มเซลล์ (Stem Cell Therapy) โดยเฉพาะ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ถือเป็นแนวทางใหม่ที่มีศักยภาพในการช่วยฟื้นฟูข้อเข่า ลดอาการปวด และชะลอการเสื่อมของข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เกี่ยวกับEDNA Wellness
EDNA Wellness เป็นคลินิกเอกชนในกรุงเทพฯ ที่เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์ (เซลล์บำบัด) ที่เน้นการฟื้นฟูระบบประสาทฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และข้อเข่าเสื่อม และ IV Drip แบบเฉพาะบุคคล รวมถึงการดูแลด้านความงาม และสุขภาพแบบองค์รวมอย่างมืออาชีพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
LINE Official: @ednawellness
WhatsApp +66 (0) 64 505 5599
