อาการเจ็บเข่า หรือข้อเข่าเสื่อม หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเมื่อเป็นแล้วมักส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทั้งในด้านการเดิน การนั่ง การขึ้นลงบันได หรือแม้กระทั่งการทำกิจวัตรประจำวันทั่วไป เพื่อให้ตระหนักถึงเรื่องนี้กันได้มากขึ้น บทความนี้จะชวนคุณผู้หญิงมาทำความเข้าใจว่า ทำไมถึงเจ็บเข่า และมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้ง่าย รวมถึงแนวทางในการดูแลสุขภาพข้อเข่าให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน
ทำไมถึงเจ็บเข่า?
อาการเจ็บเข่าอาจเกิดจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีความเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน อายุที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนั่งทำงานเป็นเวลานาน การยืนท่าเดิมเป็นเวลานานติดต่อกัน หรือใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ อาการเจ็บเข่าอาจเริ่มจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่า หรือการอักเสบของเส้นเอ็นและเยื่อบุข้อเข่า

อาการเจ็บเข่าจากโรคข้อเข่าเสื่อม
โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) คือการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนที่คลุมปลายกระดูกในข้อเข่า เมื่อกระดูกอ่อนบางลงและสึกกร่อน จะทำให้กระดูกเสียดสีกัน เกิดการอักเสบ บวม ปวด ส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก
ทำไมผู้หญิงเสี่ยงต่อข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย?
- โครงสร้างทางกายภาพของผู้หญิง
ผู้หญิงมีโครงสร้างสะโพกที่กว้างกว่าผู้ชาย ทำให้แนวแรงที่กดทับไปที่ข้อเข่ามีมุมเบี่ยงมากขึ้น เรียกว่า Q-angle สูง ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มแรงกดภายในข้อเข่า และนำไปสู่การสึกหรอได้ง่ายกว่า - ฮอร์โมนเอสโตรเจน
เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลง ซึ่งมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูกและข้อ ทำให้เสี่ยงต่อข้อเสื่อมมากขึ้น
7 พฤติกรรมและปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม
นอกจากเรื่องของเพศแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างก็ส่งผลให้ผู้หญิงมีภาวะของโรคข้อเข่าเสื่อมได้ง่ายกว่าผู้ชายด้วย ดังนี้
- ขับรถหรือนั่งอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานาน
การนั่งท่าเดิม หรือนั่งทำงานเป็นเวลานานทำให้ข้อไม่ได้เคลื่อนไหว ขาดการหล่อลื่นของน้ำไขข้อ ส่งผลให้ข้อฝืดและอักเสบได้ง่าย - การนั่งพับเพียบ หรือขัดสมาธิ
การนั่งพื้นด้วยท่าพับเพียบ หรือขัดสมาธิเป็นเวลานาน และทำเป็นประจำ จะเพิ่มแรงกดบนข้อเข่า ส่งผลให้กระดูกอ่อนสึกเร็ว และส่งผลให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อมในที่สุด - ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ
การใส่รองเท้าส้นสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้หัวเข่าซึ่งทำหน้าที่คล้ายสปริงต้องรับแรงกดเพิ่มขึ้น และเมื่อเกิดแรงกดและตึงในหัวเข่าจากการใส่ส้นสูงเป็นประจำ อาจทำให้น้ำไขข้อที่ช่วยลดแรงเสียดทานลดลง และนำไปสู่ข้อเข่าเสื่อม - น้ำหนักตัวเกิน
น้ำหนักที่มากขึ้นจะเพิ่มแรงกดที่ข้อเข่ามากขึ้น ยิ่งมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์แล้วนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน หรือนั่งในท่าทางที่กดทับหัวเข่าก็ส่งผลให้เสื่อมได้เช่นกัน - ออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง
การออกกำลังกายที่ทำให้ข้อเข่าต้องทำงานหนัก เช่น วิ่งบนพื้นแข็งโดยไม่สวมใส่รองเท้าที่ช่วยซับแรงกด หรือกระโดดบ่อยๆ ทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้เร็วขึ้น - พันธุกรรม
ผู้หญิงที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยป่วยด้วยโรคข้อเข่าเสื่อมมาก่อน มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้ - อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุเกิน 40 ปี กระดูกอ่อนจะเริ่มบางลงตามธรรมชาติ หลายคนเริ่มมีอาการปวดเข่า เจ็บ ตึง เมื่อต้องเดินหรือนั่งเป็นเวลานาน
ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชายจากทั้งโครงสร้างร่างกาย ฮอร์โมน และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มักส่งผลต่อสุขภาพข้อในระยะยาว ดังนั้นการปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกท่านั่งที่ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงหรือลดระยะเวลาในการใส่รองเท้าส้นสูง และการรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงข้อเข่า จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยง และชะลอการเสื่อมของข้อเข่าในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
เกี่ยวกับEDNA Wellness
EDNA Wellness เป็นคลินิกเอกชนในกรุงเทพฯ ที่เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์ (เซลล์บำบัด) ที่เน้นการฟื้นฟูระบบประสาทฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และข้อเข่าเสื่อม และ IV Drip แบบเฉพาะบุคคล รวมถึงการดูแลด้านความงาม และสุขภาพแบบองค์รวมอย่างมืออาชีพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
LINE Official: @ednawellness
WhatsApp +66 (0) 64 505 5599