
สเต็มเซลล์ชนิด Mesenchymal Stem Cells (MSCs) เป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่มีคุณสมบัติหลายด้าน ได้แก่
- สามารถเจริญเป็นเซลล์กระดูก กล้ามเนื้อ หรือไขมันได้
- มีฤทธิ์ลดการอักเสบ (anti-inflammatory) และปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน (immunomodulatory)
- หลั่งสารชนิดพิเศษ (growth factors, exosomes) ช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ MSCs จึงถูกนำมาใช้ในเวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อการรักษาผิว ฟื้นฟูข้อต่อ ฟื้นฟูระบบสมอง ระบบประสาท และระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ของร่างกาย
แหล่งที่มาของ สเต็มเซลล์ (MSCs) จะมาจาก 2 ทาง ซึ่งมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน จะสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
สเต็มเซลล์ (MSCs) จาก “ตัวเอง” (Autologous MSCs)
Autologous MSCs คือ เซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cells) ที่ถูกเก็บมาจากเนื้อเยื่อของ “ร่างกายของเราเอง” และนำกลับมาใช้เพื่อการฟื้นฟู ซ่อมแซม หรือรักษา โดยไม่ต้องพึ่งแหล่งภายนอก คำว่า “Autologous” หมายถึง “จากตัวเอง” ดังนั้น MSCs ชนิดนี้จะมี รหัสพันธุกรรม (DNA) ตรงกับผู้ใช้ 100% จึงปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่ออาการแพ้ หรือการถูกระบบภูมิคุ้มกันโจมตี เหมือนในกรณีของสเต็มเซลล์จากผู้อื่น
Autologous MSCs มาจากส่วนไหนของร่างกาย?
Mesenchymal Stem Cellsจากตัวเอง สามารถเก็บได้จากหลายแหล่งในร่างกาย เช่น:
1. ไขมันใต้ผิวหนัง (Adipose Tissue)
- นิยมมากที่สุด เพราะสามารถดูดไขมันออกมาโดยใช้วิธีคล้ายการทำ Lipo แบบเบา
- มี MSCs ปริมาณมาก และเพียงพอต่อการเพาะเลี้ยง
- ความสามารถในการฟื้นฟูดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการเสริมผิว รักษาข้อ ฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน
2. ไขกระดูก (Bone Marrow)
- มักเก็บจากบริเวณเชิงกราน (posterior iliac crest)
- คุณภาพเซลล์สูงมาก แต่กระบวนการเจาะดูดจะซับซ้อนกว่าไขมัน
- เหมาะกับการรักษาระบบกระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อเรื้อรัง
3. เลือดจากไขกระดูก (Bone Marrow Aspirate)
- ใช้เทคนิคดูดเลือดจากไขกระดูกโดยตรง และสกัด MSCs ได้เช่นกัน
- นิยมในงานวิจัยด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูข้อเข่าและข้อสะโพก
4. เนื้อเยื่ออื่น เช่น เยื่อหุ้มฟัน หรือเอ็น
- พบได้น้อย และใช้เฉพาะในงานวิจัยเฉพาะทางมากกว่าในคลินิกทั่วไป
ข้อดีของ สเต็มเซลล์จาก “ตัวเอง” (Autologous MSCs)
- ปลอดภัยต่อร่างกาย เนื่องจากมาจากดีเอ็นเอของตัวเอง จึงเสี่ยงต่อการแพ้น้อยมาก
- ลดโอกาสการปฏิเสธเซลล์ โดยระบบภูมิคุ้มกันมักจะยอมรับเซลล์ของตัวเอง
- ใช้งานได้ทันที และไม่ต้องรอการหาแหล่งเซลล์ภายนอก
ข้อจำกัดของ สเต็มเซลล์จาก “ตัวเอง” (Autologous MSCs)
- จำนวนเซลล์จำกัด กระบวนการเก็บเซลล์อาจไม่ได้ปริมาณมากในคนบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงวัย
- การสกัดมักต้องทำขั้นตอนหลายขั้นตอน เช่น เจาะไขกระดูก หรือดูดไขมัน ก่อนนำมาขยายในห้องแลบ
- เห็นผลช้า เพราะต้องใช้เวลาในการเพาะเลี้ยงเซลล์ก่อนนำกลับเข้าร่างกาย
- ในระหว่างการเพาะเลี้ยง เซลล์อาจเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์หรือเปลี่ยนประเภทหากไม่ควบคุมดีพอ
สิ่งสำคัญที่ควรรู้:
- MSCs ที่ได้จากไขมันมักใช้ในความงามและ Anti-aging
- MSCs ที่ได้จากไขกระดูกมักใช้ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อต่อ กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายใน
- ไม่ว่าแหล่งใดก็ตาม ต้องผ่านการคัดแยกในห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อระดับ GMP และผ่านการทดสอบความบริสุทธิ์ ความมีชีวิต (viability) เพื่อความปลอดภัยก่อนฉีดกลับเข้าสู่ร่างกาย
สเต็มเซลล์ MSCs จาก “ผู้อื่น” (Allogeneic MSCs)
Allogeneic MSCs คือ เซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cells) ที่เก็บมาจากผู้บริจาคคนอื่น โดยไม่ใช่ร่างกายของผู้เข้ารับการรักษาเอง โดยทั่วไปจะมาจาก ผู้บริจาคที่ผ่านการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด
คำว่า “Allogeneic” หมายถึง “จากบุคคลอื่น” ซึ่งแม้จะไม่ใช่เซลล์ของผู้รับโดยตรง แต่ MSCs มีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้สามารถนำไปใช้กับบุคคลอื่นได้ โดยไม่กระตุ้นภูมิคุ้มกันหมือนเซลล์ชนิดอื่น จึงทำให้สามารถนำมาใช้ในเชิงการแพทย์ได้จริง
สเต็มเซลล์จากผู้อื่นมาจากแหล่งใดบ้าง?
Allogeneic MSCs มักมาจากแหล่งที่มีการควบคุมและจัดเก็บอย่างได้มาตราฐาน เช่น:
- สายสะดือทารกแรกเกิด (Umbilical Cord Tissue / Wharton’s Jelly)
- เป็นแหล่งยอดนิยมและมีความบริสุทธิ์สูง
- MSCs จากสายสะดือมีอายุเซลล์น้อย จึงมีพลังในการแบ่งตัวและฟื้นฟูสูงกว่า
- ไม่มีประวัติเจ็บป่วยในผู้บริจาค เพราะเป็นทารกแรกคลอด
- ผ่านกระบวนการคัดกรองทางพันธุกรรมและเชื้อโรคอย่างละเอียด
2. รก (Placenta)
- มีปริมาณ MSCs มาก
- นิยมใช้ในงานวิจัยด้านการฟื้นฟูสมอง ระบบประสาท และระบบภูมิคุ้มกัน
- ต้องผ่านการฆ่าเชื้อ ปราศจาก DNA ปนเปื้อน และสารก่อภูมิแพ้ก่อนใช้งาน
3. ไขกระดูกจากผู้บริจาค
- ในกรณีเฉพาะที่ต้องการ MSCs คุณภาพสูง หรือเน้นการรักษาระบบโครงสร้าง เช่น ข้อ กระดูก
- ต้องจับคู่ HLA (Human Leukocyte Antigen) ให้เข้ากับผู้รับเพื่อลดการปฏิเสธเซลล์
4. ไขมันจากผู้บริจาค
- ใช้ในบางกรณีสำหรับงานวิจัยหรือผลิต exosome และ growth factor
- ต้องผ่านกระบวนการสกัด-กรอง-ฆ่าเชื้อหลายชั้น
ข้อดีของ สเต็มเซลล์จาก “ผู้อื่น” (Allogeneic MSCs)
- มีปริมาณพร้อมใช้ทันที เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งาน
- กระบวนการสะดวก ไม่ต้องเจาะร่างกายตัวเอง
- เซลล์จำนวนมากช่วยให้ใช้รักษาในปริมาณสูงได้
ข้อจำกัดของ สเต็มเซลล์จาก “ผู้อื่น” (Allogeneic MSCs)
- มีความเสี่ยงเรื่องความสะอาด หากแหล่งเซลล์ไม่ผ่านมาตรฐาน GMP หรือไม่มีการตรวจคุณภาพ เช่น การปนเปื้อนหรือการกลายพันธุ์
สิ่งสำคัญที่ควรรู้:
- แหล่งสเต็มเซลล์จากผู้อื่นทุกกรณี ต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน
- ต้องผ่านการทดสอบอย่างละเอียด
- สำหรับการใช้ต้องผ่านการพิจารณาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เกี่ยวกับเรา
EDNA Wellness เราเป็นผู้นำด้านการใช้สเต็มเซลล์ (เซลล์บำบัด) สำหรับเวชศาสตร์ฟื้นฟู สำหรับระบบประสาท และโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงกระดูก และข้อเข่า นอกจากนี้ เรายังมีบริการด้านความงาม และเวชศาสตร์ชะลอวัยหลากหลายรูปแบบ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ และความงาม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
LINE @ednawellness
WhatsApp +66 (0) 64 505 5599
www.ednawellness.com