blank
อัลไซเมอร์: โรคร้ายที่ค่อย ๆ พรากความทรงจำ — และทำลายหัวใจของคนที่รัก…

อัลไซเมอร์ โรคร้ายที่ค่อย ๆ พรากความทรงจำ — และทำลายหัวใจของคนที่รัก…

คุณเคยเห็นใครบางคนที่ค่อย ๆ เลือนหายไปต่อหน้าต่อตาไหม… ร่างกายยังอยู่ตรงหน้า แต่ความทรงจำกลับหายไปทีละนิด โรคอัลไซเมอร์ไม่ได้แค่ขโมยอดีตของใครบางคน แต่มันเปลี่ยนชีวิตของคนรอบข้างไปตลอดกาล

อัลไซเมอร์เกิดจากอะไร? เราสามารถหยุดมันได้ไหม หรือเรายังมีความหวังสำหรับการรักษาหรือเปล่า?

ทำความเข้าใจ “โรคอัลไซเมอร์” คืออะไร?

โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของกลุ่มอาการสมองเสื่อม (dementia)  คิดเป็นประมาณ 60–80% ของผู้ป่วยทั้งหมด โดยในประเทศไทยพบว่าคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ร้อยละ 75 จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็น 2 เท่า ตามอายุของผู้ป่วยในทุกๆ 5 ปี เพศชายและเพศหญิง มีโอกาสเกิดโรคได้เท่าๆ กัน อัลไซเมอร์เป็นโรคที่ทำลายเซลล์ประสาทอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความทรงจำ ความคิด การตัดสินใจ และสุดท้ายคือความสามารถในการทำกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

เกิดอะไรขึ้นในสมองของผู้ป่วยอัลไซเมอร์?

การเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพที่ชัดเจนในสมองของผู้ป่วย ซึ่งถือเป็น “สัญญาณหลัก” ที่ใช้ในการวินิจฉัย คือ มีการสะสมของโปรตีนอะมัยลอยด์ (Amyloid plaques) และใยโปรตีน (Neuro fibrillary tangles) ซึ่งมีส่วนประกอบหลักเป็นโปรตีนที่เรียกว่า เทาว์โปรตีน (tau) “Tau protein” ที่ก่อให้เกิดการพันกันยุ่งเหยิงของเซลล์ประสาท นำไปสู่การล่มสลายของโครงสร้างเครือข่ายเซลล์ประสาทในการที่จะติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นำไปสู่อาการอะไรบ้าง?

  • ลืมบทสนทนา หรือเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
  • จดจำชื่อคนใกล้ชิดหรือสถานที่คุ้นเคยไม่ได้
  • สับสนเรื่องเวลา หรือสถานที่
  • ทำกิจกรรมประจำวันได้ยาก
  • มีความแปรปรวนทางอารมณ์ วิตกกังวล หรือเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ

โรคอัลไซเมอร์มักเริ่มเกิดในวัย 65 ปีขึ้นไป แต่ก็สามารถเกิดเร็วตั้งแต่อายุ 40–50 ได้เช่นกัน หากไม่ได้รับการดูแล โรคจะทรุดลงเรื่อย ๆ ตามลำดับ

อะไรคือสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์?

การสะสมของโปรตีนผิดปกติ

ก่อให้เกิดการพันกันยุ่งเหยิงของเซลล์ประสาท นำไปสู่การล่มสลายของโครงสร้างเครือข่ายเซลล์ประสาทในการที่จะติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน

การอักเสบเรื้อรังในสมอง

ภาวะอักเสบเรื้อรังทำให้เซลล์ประสาทถูกทำลายเร็วขึ้น

ปัญหาหลอดเลือด

โรคหลอดเลือด เช่น ความดันสูง เบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง หรือลิ่มเลือด อาจทำให้สมองขาดเลือดและออกซิเจน เพิ่มความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมชนิดหลอดเลือด

พันธุกรรมและอายุ

ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นอัลไซเมอร์

พฤติกรรมการใช้ชีวิต

การสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ไม่ดี การขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และความเครียดเรื้อรัง ล้วนเพิ่มความเสี่ยง

ปัจจุบันมีวิธีรักษาโรคอัลไซเมอร์หรือไม่?

ขณะนี้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด เพียงแค่ใช้ยาชะลอ หรือป้องกัน

  • ยาที่ช่วยเรื่องความจำ อารมณ์ และพฤติกรรม
  • การฝึกสมอง และสร้างกิจวัตร
  • ปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม เช่น รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ และมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม

ความหวังใหม่: สเต็มเซลล์ กับการฟื้นฟูสมอง

จากการศึกษา และวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ หรือ เซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์Mesenchymal Stem Cells (MSCs) นั้นอาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางในอนาคตของการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โดยเน้นไปที่การฟื้นฟูของระดับเซลล์ในสมอง

ประโยชน์ที่สเต็มเซลล์ MSCs สามารถทำได้คือ:

  • ลดการอักเสบของระบบประสาท (Neuroinflammation) ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นเหตุหลักของโรค
  • ส่งเสริมการซ่อมแซมเซลล์ประสาท และเชื่อมต่อเส้นทางประสาทที่เสียหาย
  • เพิ่มความสามารถของสมองในการเรียนรู้และจดจำ (Neuroplasticity)
  • ช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำลายเนื้อเยื่อสมองเพิ่ม

สเต็มเซลล์ชนิดมีเซนไคม์ มีผลตอบรับที่ดี ทั้งในด้านของ ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ และอาจให้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูสมอง เช่น โภชนาการบำบัด กายภาพบำบัด และการฝึกสมอง

เกี่ยวกับEDNA Wellness

EDNA Wellness เป็นคลินิกเอกชนในกรุงเทพฯ ที่เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์ (เซลล์บำบัด) ที่เน้นการฟื้นฟูระบบประสาทฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และข้อเข่าเสื่อม และ IV Drip แบบเฉพาะบุคคล รวมถึงการดูแลด้านความงาม และสุขภาพแบบองค์รวมอย่างมืออาชีพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

LINE Official: @ednawellness

WhatsApp +66 (0) 64 505 5599

error:Content is protected !!
blank