blank
โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee osteoarthritis)

โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis คืออะไร?

โรคข้อเข่าเสื่อม คืออะไร?

โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee osteoarthritis)  คือ ภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อ (Articular cartilage)  เกิดการสึกหรอ ถูกทำลาย  เสื่อมสภาพลง หรือขอบกระดูกในข้อ (Subchondral bone) เกิดการหนาตัวขึ้น รวมถึงน้ำในไขข้อ (Synovial fluid) ที่เป็นตัวช่วยในการหล่อลื่นข้อนั้นลดลง ทำให้เกิดอาการปวด บวม ตึง และเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวกนัก


อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม มีอะไรบ้าง?
สัญญาณ และอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมมีหลากหลายรูปแบบ 

  • มีเสียงดังกรอบแกรบ (Crepitus) ในข้อเข่า ขณะที่มีการขยับ หรือเคลื่อนไหว บางคนอาจสูญเสียการเคลื่อนไหว จนทำให้มีเดินไม่สะดวก
  • อาการปวด (Pain) อาการปวดแบบตื้อๆ บริเวณข้อ มักเรื้อรัง และมีอาการมากขึ้นเมื่อมีการใช้งาน หรือลงน้ำหนัก อาการมักเบาลงเมื่อมีการนั่งพัก หรือหยุดใช้งาน แต่ถ้ามีอาการที่รุนแรงขึ้น อาจทำให้ปวดตลอดเวลาแม้กลางคืน หรือขณะพัก
  • ข้อฝืด (Stiffness) เป็นอาการที่พบได้บ่อย มักเป็นตอนเช้าหลังตื่นนอน แต่มักมีอาการไม่เกิน 30 นาที อาการฝืดอาจเกิดขึ้นชั่วคราวในช่วงแรกของการเคลื่อนไหวหลังจากพักเป็นเวลานาน
  • ข้อบวม ผิดรูป (Swelling/deformity) บางคนอาจพบข้อบวม และมีอาการขาผิดรูปร่วมด้วย

แนวทางการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

  1. การรักษาด้วยการใช้ยา
  • ยาแก้ปวด เป็นยาลดอาการปวดแต่ไม่ได้แก้อาการอักเสบ พอหมดฤทธิ์ยาก็ปวดอีก เช่นยา paracetamol
  • ยาแก้อักเสบ steroid มีการใช้ที่แพร่หลายในสมัยก่อน ทั้งชนิดรับประทานและชนิดฉีดเข้าข้อ แต่ปัจจุบันความนิยมลดลงเนื่องจากผลข้างเคียง โดยเฉพาะยาที่ฉีดเข้าข้อจะทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น
  • ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่ steroid ยากลุ่มนี้นิยมใช้กันมากขึ้น แต่ต้องระวังการเกิดภาวะโรคแทรกซ้อน
  • ยาบำรุงกระดูกอ่อน ได้ผลช้าและใช้ค่าใช้จ่ายสูงจึงไม่เป็นที่นิยม
  • การใช้น้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียม เนื่องจากโรคข้อเสื่อมจะมีน้ำหล่อเลี้ยงข้อน้อยทำให้มีการเสียดสีของข้อ เลยทำให้มีการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียมเข้าไปในเข่า 3-5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 1 สัปดาห์ซึ่งจะทำให้ลดการเสียดสีของข้อ ลดอาการปวด แต่การฉีดนี้ใช้ได้เฉพาะข้อที่เสื่อมไม่มาก ค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร ได้ผลเพียงชั่วคราว
  1. การผ่าตัด

  เป็นอีกวิธีในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมซึ่งได้รับความนิยม แต่ก็มีข้อจำกัดในหลายด้าน วิธีการผ่าตัดมีได้หลายวิธีดังนี้

  • การผ่าตัดแบบส่องกล้อง (arthroscope) เหมาะสำหรับข้อที่เสื่อมไม่มาก แพทย์จะเข้าไปเอาสิ่งสกปรก ที่เกิดจาก การสึก ออกมา
  • การผ่าตัดแก้ความโกงงอของเข่า เป็นการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแนวแรงที่ลงข้อเข่าให้ดีขึ้น แต่ข้อเข่ากระดูกอ่อนจะต้องอยู่ในสภาพที่ดีพอสมควร จึงจะผ่าตัดวิธีนี้ได้
  • การผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียม คือการใส่ข้อเข่าเทียมเข้าแทนข้อที่เสื่อม

แต่เนื่องด้วยการผ่าตัดอาจมีข้อจำกัดในเรื่องของอายุ และสุขภาพของคนไข้ ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัย และประเมินความเสี่ยง พร้อมความเหมาะสมของการผ่าตัด

  1. การรักษาแบบใช้เซลล์บำบัด (Stem Cell Therapy)

  การรักษาด้วยการใช้ยา สารเคมี หรือทำกายภาพบำบัด ไม่ใช่การแก้ไขที่สาเหตุของโรค แต่เป็นการกดอาการ และความเจ็บปวดของโรคไว้ ในบางกลุ่มอาจทำให้เกิดปัญหาโรคเรื้อรัง และผลข้างเคียง

  การรักษาด้วยเซลล์บำบัด หรือ สเต็มเซลล์ (Stem Cell Therapy) เป็นการใช้เซลล์ต้นกำเนิดหรือที่รู้จักกันในชื่อ สเต็มเซลล์ เพื่อช่วยลดอักเสบ ลดปวด ซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ โดยสเต็มเซลล์จะช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน และช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพ 

จากการศึกษาที่ผ่านมาทั้งหมดทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าการใช้สเต็มเซลล์เพื่อฟื้นฟูข้อเข่านั้นปลอดภัย ทั้งนี้ทั้งนั้นผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความรุนแรงของโรค อายุ และสุขภาพโดยรวม 

เกี่ยวกับ EDNA Wellness

EDNA Wellness เป็นคลินิกในกรุงเทพฯ ที่เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์ (เซลล์บำบัด) ที่เน้นการฟื้นฟูระบบประสาทฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และข้อเข่าเสื่อม และ IV Drip แบบเฉพาะบุคคล รวมถึงการดูแลด้านความงาม และสุขภาพแบบองค์รวมอย่างมืออาชีพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

LINE Official: @ednawellness

WhatsApp +66 (0) 64 505 5599

www.ednawellness.com

error:Content is protected !!
blank