blank
พฤติกรรมเสี่ยง “โรคหลอดเลือดสมอง”

พฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงเป็น “โรคหลอดเลือดสมอง” และวิธีป้องกันในปี 2025

รู้ไหม? พฤติกรรมแบบนี้ เสี่ยง “โรคหลอดเลือดสมอง” โดยไม่รู้ตัว!

การเกิดโรคสโตรกนั้นอาจเป็นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งอายุที่เพิ่มขึ้นคือปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคนี้ แต่นอกจากอายุแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตเหล่านี้ยังทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วย

      1. การสูบบุหรี่ : สารพิษในบุหรี่ทำให้หลอดเลือดหดตัว เพิ่มความดันโลหิต และทำให้เลือดแข็งตัวง่าย ซึ่งล้วนเป็น ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดสโตรกที่สำคัญ

      1. ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก : การดื่มสุราในปริมาณมากและดื่มเป็นประจำยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และอาจนำไปสู่การเกิดสโตรกได้

      1. การรับประทานอาหาร : โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันและโซเดียมสูง อาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด หรืออาหารแปรรูป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีไขมันอิ่มตัวและเกลือในปริมาณสูง ทำให้เกิดไขมันสะสมในหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดตีบแค และมีผลกับการเกิดความดันสูงโดยตรง

      1. ไม่ออกกำลังกาย : การนั่งทำงานเป็นเวลานานและขาดการเคลื่อนไหวติดต่อกัน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน รวมถึงความดันสูงอีกด้วย

      1. เครียดสะสมและพักผ่อนไม่เพียงพอ : โรคความดันสูงกับความเครียดเรื้อรังเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน เพราะหากมีความเครียดสะสมเป็นเวลานาน และพักผ่อนไม่เพียงพอ จะมีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยตรงทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี เกิดความดันสูงเรื้อรังและอาจนำไปสู่ภาวะของโรคหลอดเลือดสมองได้

      1. ละเลยการควบคุมโรคประจำตัว : ผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองบางคนมีภาวะของโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นโรคที่หากไม่ควบคุมอย่างเหมาะสม จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสโตรกเป็นอย่างมาก

    ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

    ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

    วิธีป้องกัน สโตรก

    สำหรับผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับพันธุกรรม หรืออายุยังน้อย การป้องกันโรคสโตรกสามารถเริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ได้แก่

      • งดสูบบุหรี่ และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ หากเป็นไปได้ควรเลิกทั้งการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์จะดีที่สุด
      • รับประทานอาหารที่หลากหลายและเพิ่มปริมาณอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และอาหารไขมันต่ำ รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีไขมันดี เช่น ปลาทะเลน้ำลึก น้ำมันมะกอก เป็นต้น
      • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือเดินให้ได้อย่างน้อยวันละ 8,000 – 10,000 ก้าว
      • พักผ่อนให้เพียงพอ และบริหารจัดการความเครียด หากิจกรรมที่มีความผ่อนคลายทำเป็นประจำ เช่น ฝึกสมาธิ ดูหนังตลก
      • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรควบคุมระดับน้ำตาล ความดัน และไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

      แนวทางการรักษา สโตรก

      ผู้ป่วยโรคสโตรก จำเป็นต้องได้รับการรักษาในทันที หรืออย่างน้อยภายใน 4 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเป็นปกติได้ หากช่วงเวลาเกินจากนั้นมีโอกาสสูงที่จะรักษาได้ยากและอาจไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง โดยปัจจุบัน การรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยโรคสโตรกไม่ได้จำกัดเพียงการใช้ยา หรือการทำกายภาพบำบัดเท่านั้น แต่ยังมีแนวทางใหม่ที่อยู่ระหว่างการวิจัยและเริ่มนำมาใช้ในผู้ป่วยบางราย ได้แก่ การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ชนิด Mesenchymal Stem Cells (MSCs)

      โดย MSCs เป็นเซลล์ต้นกำเนิดจากไขกระดูก ไขมัน หรือสายสะดือ ซึ่งมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย และลดการอักเสบในสมอง การรักษาด้วยวิธีนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของระบบประสาทและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ยังอยู่ภายใต้การศึกษาทางคลินิก และควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ

      แม้ว่าโรคสโตรกจะมีโอกาสรักษาให้หาย และกลับมามีคุณภาพชีวิตได้อีกครั้งก็ตาม แต่ลดความเสี่ยงด้วยตัวเอง ก็เป็นวิธีที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ได้ดีที่สุด ดังนั้นแล้ว การรักษาสุขภาพเบื้องต้นคือสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

      สัญญาณเตือน โรคหลอดเลือดสมอง

      สัญญาณเตือน โรคหลอดเลือดสมอง

      เกี่ยวกับEDNA Wellness

      EDNA Wellness เป็นคลินิกเอกชนในกรุงเทพฯ ที่เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์ (เซลล์บำบัด) ที่เน้นการฟื้นฟูระบบประสาทฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และข้อเข่าเสื่อม และ IV Drip แบบเฉพาะบุคคล รวมถึงการดูแลด้านความงาม และสุขภาพแบบองค์รวมอย่างมืออาชีพ

      สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

      LINE Official: @ednawellness

      WhatsApp +66 (0) 64 505 5599

      error:Content is protected !!
      blank