โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อข้อเข่า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ใช้งานข้อเข่าซ้ำ ๆ หรือมีภาวะข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วย ภาวะนี้พบได้บ่อยใน วัยทำงาน ที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน หรือมีการเคลื่อนไหวที่ส่งแรงกระแทกต่อเข่า เช่น นักกีฬา คนทำงานที่ต้องเดินหรือยืนตลอดวัน รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่มีการเสื่อมของกระดูกอ่อนตามวัย อาการของโรคอาจรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม
โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ Patellofemoral Pain Syndrome (PFPS) หรือ โรคข้อเข่านักวิ่ง (Runner’s Knee) คืออะไร?
โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ Patellofemoral Pain Syndrome (PFPS) หรือ โรคเจ็บเข่าของนักวิ่ง (Runner’s Knee) คือ ภาวะผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ (Chondromalacia Patellae) เกิดจากการเสื่อมสภาพและอักเสบของกระดูกอ่อนที่อยู่บริเวณด้านหลังของลูกสะบ้า (patella) ที่มีการสะสมเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความเจ็บปวดและไม่สามารถเคลื่อนไหวข้อเข่าได้อย่างเป็นปกติ โรคนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อเข่าอย่างหนักในกลุ่มวัยกลางคน เช่น การนั่งทำงานเป็นเวลานาน ขับรถทางไกลเป็นประจำ การวิ่ง การยกของหนัก การนั่งพับเพียบ หรือการขึ้นลงบันไดเป็นประจำ
การปวดเข่าบริเวณหน้า หรือรอบกระดูกลูกสะบ้า นี้เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับนักวิ่งเท่านั้น จากวิจัยในประเทศอังกฤษกล่าวว่า ในสถาบันเวชศาสตร์การกีฬา ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่จะได้รับคำแนะนำให้ พักผ่อน ประคบเย็น และใช้ผ้าพันเข่า ยกขาให้สูง คอยยืดกล้ามเนื้อ ควบคู่ไปกับการใช้ยาแก้อักเสบ (NSAIDs) และในกรณีที่รุนแรง แพทย์อาจจะผ่าตัดเอากระดูอ่อนที่เสียหายบริเวณเข่าออก แต่วิธีเหล่านี้มักไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาว และใช้เวลานานกว่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อต่อของเราเอง ก็เริ่มเสื่อมสภาพไปตามอายุ และการใช้งาน จากสถาบันเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งหนึ่งในบอสตัน ประเทศอังกฤษได้มีรักษาโรคผิวกระดูกอ่อน ลูกสะบ้าอักเสบ ด้วยสเต็มเซลล์ (stem cell) มานานกว่า 20 ปี โดยการฉีดสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดเข้าไปในบริเวณที่ได้รับความเสียหาย อาจช่วยกระตุ้นให้เซลล์ซ่อมแซม สร้างหลอดเลือดใหม่ และกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อรอบๆ ลดอาการอักเสบ และช่วยบรรเทาอาการปวด
สาเหตุของโรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ เจ็บหัวเข่า ปวดหัวเข่า
โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ อาจเป็นภาวะที่เกิดขึ้นกับผู้สูงวัยได้ แต่ปัจจุบันวัยกลางคน หรือคนวัยทำงานก็มีความเสี่ยงของโรคนี้ได้เช่นกัน นั่นเป็นเพราะปัจจัยเสี่ยงที่หลายคนอาจมองข้ามโดยไม่รู้ตัว เช่น
-
- ถูกกระแทกโดยตรงที่บริเวณหัวเข่า : เกิดการล้ม หรือถูกกระแทกที่เข่า
-
- การใช้งานข้อเข่ามากเกินไป : การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ เช่น การวิ่ง การกระโดด หรือการงอเข่าจากท่านั่งทำงาน หรือขับรถ เป็นเวลานานติดต่อกัน
-
- ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ : กล้ามเนื้อรอบเข่าที่อ่อนแอทำให้เกิดแรงดึงรั้งลูกสะบ้าอย่างผิดปกติ
-
- อายุที่มากขึ้น : กระดูกอ่อนมีแนวโน้มเสื่อมลงตามวัย ทำให้ข้อเข่ามีความเปราะบางมากขึ้น
-
- น้ำหนักตัวที่มากเกินไป : แรงกดที่เพิ่มขึ้นจากน้ำหนักตัวสูงส่งผลต่อข้อเข่าโดยตรง
-
- อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บ : อาการบาดเจ็บที่กระดูกสะบ้าจากการเล่นกีฬา หรือการออกกำลังกายโดยปราศจากอุปกรณ์ทำให้กระดูกอ่อนสึกหรอเร็วขึ้น

อาการของโรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบ Patellofemoral Pain Syndrome (PFPS) โรคปวดหัวเข่า (Runner’s Knee)
โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยที่มีภาวะนี้อาจพบอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อบริเวณข้อเข่าได้ แต่หลายคนอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย และบางอาการยังเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของโรคได้ โดยอาการที่ต้องสังเกตมีดังต่อไปนี้
- ปวดบริเวณด้านหน้าหัวเข่า โดยเฉพาะเมื่อนั่งนาน ๆ หรือขึ้นลงบันได
- รู้สึกเสียง “กรอบแกรบ” หรือรู้สึกถึงการเสียดสีเมื่อขยับเข่า
- อาการเจ็บแปลบเมื่อออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวข้อเข่า
- เข่าบวมเล็กน้อยเมื่อเกิดการอักเสบ
แนวทางการรักษา
การรักษาภาวะนี้สามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปจนถึงการใช้เทคนิคทางการแพทย์ที่ทันสมัยในการรักษา ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์และความรุนแรงของโรคที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยด้วย ดังนี้
- การรักษาเบื้องต้น
เมื่อรู้สึกถึงการเสียดสีหรือมีอาการปวดเล็กน้อย ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มแรงกระแทกต่อเข่า และควรออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า เช่น การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา ใช้การประคบเย็นหรือน้ำแข็งเพื่อลดอาการอักเสบ
- การรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัด
กรณีที่แพทย์วินิจฉัยพบว่าผู้ป่วยมีอาการปวดที่รุนแรง และไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจพิจารณาใช้ยาต้านการอักเสบเพื่อลดอาการปวดและบวม รวมถึงการทำกายภาพบำบัดเพื่อปรับสมดุลของกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงของข้อเข่า
- การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ (Stem Cell Therapy)
การใช้ เซลล์ต้นกำเนิด (Mesenchymal Stem Cells – MSCs) เป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาที่มีความก้าวหน้าในปัจจุบัน โดยเซลล์ต้นกำเนิดสามารถช่วยฟื้นฟูกระดูกอ่อน (cartilage) ที่เสียหาย ลดการอักเสบ และกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ การรักษาด้วย สเต็มเซลล์ (Stem Cell Therapy) นี้มักใช้เซลล์สด ที่มีคุณสมบัติในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย และช่วยฟื้นฟูความสามารถของข้อเข่าให้กลับมาใช้งานได้ดีขึ้น
แนวทางป้องกันและลดความเสี่ยงของโรค
การดูแลข้อเข่าให้แข็งแรงสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว ซึ่งการป้องกันยังเพิ่มความแข็งแรงให้กับข้อเข่าด้วย โดยมีแนวทางดังนี้
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มแรงกระแทกต่อข้อเข่า เช่น การวิ่งบนพื้นแข็งโดยปราศจากรองเท้าที่มีคุณสมบัติรองรับแรงกระแทก หรือการกระโดดซ้ำ ๆ จากการออกกำลังกาย
- ควบคุมน้ำหนักตัว ลดความเสี่ยงของภาวะอ้วน เพื่อลดแรงกดทับที่ข้อเข่า
- ออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขาและรอบข้อเข่าอยู่เสมอ
- ปรับเปลี่ยนท่าทางการนั่งและยืน หลีกเลี่ยงการงอเข่านานเกินไป
- รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงข้อเข่า เช่น อาหารที่มีคอลลาเจน วิตามินดี และแคลเซียม
โรคผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้าเข่าอักเสบเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่ต้องใช้ข้อเข่ามาก หรือมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค การรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell Therapy) เป็นอีกแนวทางที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูข้อเข่าและลดการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การดูแลสุขภาพข้อเข่าแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้สามารถใช้งานข้อเข่าได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน
เกี่ยวกับEDNA Wellness
EDNA Wellness เป็นคลินิกเอกชนในกรุงเทพฯ ที่เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์ (เซลล์บำบัด) ที่เน้นการฟื้นฟูระบบประสาทฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และข้อเข่าเสื่อม และ IV Drip แบบเฉพาะบุคคล รวมถึงการดูแลด้านความงาม และสุขภาพแบบองค์รวมอย่างมืออาชีพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
LINE Official: @ednawellness
WhatsApp +66 (0) 64 505 5599